บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด (Italthai Engineering Co., Ltd.) ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมแบบครบวงจรในฐานะ Multi-Disciplinary EPC Contractor ประกาศปรับยุทธศาสตร์ต่อยอดประสบการณ์ 59 ปี รับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาดในไทยและภูมิภาค ชูโมเดลการบริหารแบบSingle Point of Responsibility มุ่งเน้น 3กลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center), พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และโรงงานอุตสาหกรรมระดับสากล (MNC Factory) ตอบรับคลื่นการลงทุนที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI
การเติบโตของเทคโนโลยี AI บริการคลาวด์ และเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงาน โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าคำขอประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่า 120,230 ล้านบาท และกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีมูลค่า 26,354 ล้านบาท สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่อโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมทั้งการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นแรงหนุน เพิ่มโอกาสให้ผู้ให้บริการวิศวกรรมที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางบุคลากร และระบบบริหารโครงการพร้อมรองรับงานที่ซับซ้อน

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นดิจิทัลฮับและฐานการผลิตแห่งอนาคต ส่งผลให้โจทย์ทางวิศวกรรมมีความซับซ้อนและท้าทายยิ่งขึ้นในทุกมิติ ผู้ประกอบการไม่ได้มองหาเพียงผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป แต่ต้องการพันธมิตรที่พร้อมด้วยเทคโนโลยี บุคลากร และมาตรฐานการบริหารจัดการระดับสากล

“การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานหมุนเวียนสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค ซึ่งต้องอาศัยผู้รับเหมาที่มีองค์ความรู้เฉพาะทาง ระบบบริหารโครงการที่รัดกุม และความสามารถในการส่งมอบงานตามมาตรฐานภายในกรอบเวลาที่กำหนด อิตัลไทยวิศวกรรมพร้อมรองรับการเติบโตนี้ ด้วยประสบการณ์กว่า 59 ปี และการบริหารโครงการแบบ Single Point of Responsibility ที่เชื่อมความรับผิดชอบทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบงานตามเป้าหมายด้านคุณภาพ งบประมาณ และระยะเวลา” นายยุทธชัยกล่าว
รูปแบบการบริหารดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบระบบ ไปจนถึงการ ส่งมอบ การบริหารและบำรุงรักษาระบบ (Operation & Maintenance) ช่วยให้ลูกค้าประสานงานผ่านผู้รับผิดชอบรายเดียว และเชื่อมการตัดสินใจทางวิศวกรรมให้สอดคล้องกันตลอดวงจรโครงการ
ความเชี่ยวชาญดังกล่าวต่อยอดจากความเข้าใจโจทย์เฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งความต่อเนื่องของระบบ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และความพร้อมของกระบวนการผลิต อิตัลไทยวิศวกรรมประสานทีมวิศวกรไฟฟ้า เครื่องกล โยธา และระบบสาธารณูปโภคตั้งแต่ช่วงออกแบบและจัดหา เพื่อประเมินความเชื่อมโยงระหว่างระบบ จัดลำดับงาน และบริหารทรัพยากรให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจของลูกค้า พร้อมควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และความเสี่ยง รวมถึงปรับแผนรับมือข้อจำกัดระหว่างดำเนินโครงการ

อิตัลไทยวิศวกรรมมีประสบการณ์ในโครงการหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่โรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน สถานีไฟฟ้าย่อย และระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microgrid) ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ดาต้าเซ็นเตอร์ อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเมืองอัจฉริยะ รวมถึงงานวิศวกรรมในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและระบบควบคุมมลพิษ ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้บริษัทเข้าใจข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม และนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมหลายสาขามาใช้ร่วมกัน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ภายในโครงการทำงานสอดคล้องกันและพร้อมใช้งานตามความต้องการของลูกค้า
อิตัลไทยวิศวกรรมมุ่งเป็นพันธมิตรด้านวิศวกรรมที่ได้รับความไว้วางใจ (Reliable Engineering Partner) โดยเชื่อมประสิทธิภาพการใช้งาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และความคุ้มค่าของการลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบ Optimum Value และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของลูกค้าในระยะยาว
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิตัลไทยวิศวกรรม: www.italthaiengineering.com
แหล่งข้อมูลสถิติ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), ข่าวฉบับ 116/2569 วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 – มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงมกราคม–มิถุนายน 2569 https://www.boi.go.th/upload/content/PR116_2569TH.pdf


