บ้านที่ดี…ไม่ใช่บ้านที่มีพื้นที่มากที่สุด แต่คือบ้านที่ทำให้ทุกพื้นที่ทำงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

เพราะในหนึ่งวัน บ้านหลังเดียวอาจต้องรองรับทั้งมุมนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน มุมของเด็ก พื้นที่พักผ่อน และช่วงเวลาส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน การออกแบบพื้นที่จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จึงปลดล็อกข้อจำกัดพื้นที่แบบเดิมๆ ด้วยการรังสรรค์ “บ้านเล่นระดับ” การเปลี่ยนระดับพื้นที่ที่เพิ่มขนาดของบ้านให้กว้างและดูมีมิติมากขึ้น ด้วยการจัดสรรสเปซโปรด โดยไม่จำเป็นต้องกั้นผนังทึบ เพื่อเชื่อมต่อความสัมพันธ์คนในบ้านให้ทุกคนยังคงมองเห็นกัน ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ส่วนตัวในการทำกิจกรรมของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จุดเด่นของ “บ้านเล่นระดับ” คือการทลายข้อจำกัดของผังบ้านแบบเดิมๆ จากพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมทั่วไปที่ปกติจะใช้วางเฟอร์นิเจอร์ได้เพียงระนาบเดียว แต่เมื่อนำดีไซน์การไล่ระดับเข้ามาปรับใช้ พื้นที่ตรงนั้นจะถูกขยายออกในแนวตั้ง เกิดเป็นเลเยอร์การใช้งานที่ซ้อนกันอย่างฉลาด ฝั่งหนึ่งอาจเป็นพื้นที่รับแขกที่ดูโปร่งโล่งด้วยเพดานสูง อีกฝั่งที่ยกระดับขึ้นไปกลับกลายเป็นมุมทำงาน เป็นการจัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

สำหรับ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย บ้านเล่นระดับไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างด้านดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากความเข้าใจว่าบ้านหนึ่งหลังต้องรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายของสมาชิกในครอบครัว จึงนำฟังก์ชัน “การเล่นระดับ” (Adaptability Function) มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับรูปแบบของบ้านแต่ละโครงการ เพื่อเติมเต็มพื้นที่ ให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น รองรับทั้งช่วงเวลาที่สมาชิกใช้ชีวิตร่วมกันและช่วงเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยด้วยซิกเนเจอร์ดีไซน์ Penthouse Style ที่โดดเด่นในโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย อาทิ โครงการโกลดีน่า สาทร (Goldina Sathorn), แกรมเมอร์ สาทร (Gramour Sathorn), แกรนดิโอ พระราม 2 – ตากสิน (Grandio Rama2-Taksin), กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 (GUTE Sukhumvit 76) และเดอะแกรนด์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ราชพฤกษ์-พระราม 5 (The Grand Riverfront Ratchapruek-Rama 5) ความรู้สึกโปร่งสบาย และเป็นสัดส่วน ผ่านการออกแบบพื้นที่เล่นระดับช่วยเพิ่มมิติและประสิทธิภาพการใช้สอยภายในบ้าน โดยไฮไลต์สำคัญคือการแยกพื้นที่ Master Bedroom ออกเป็นโซนส่วนตัวเหนือห้องอื่น ๆ มอบบรรยากาศเสมือนเพนต์เฮ้าส์บนชั้นสูง ตลอดจนฟังก์ชันระดับพรีเมียม ทั้งห้องน้ำในตัวพร้อม Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วย Glass House Laundry สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ผสานความหรูหรา ความเป็นส่วนตัว และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้บริษัทฯ ยังขับเคลื่อนการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ตั้งแต่ฟังก์ชันเพื่อ “สุขภาวะที่ดี” (Health Function) เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่เพียงบ้านที่สวยงาม แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่การออกแบบ จึงวางผังโครงการและทิศทางของตัวบ้านให้รับแสงธรรมชาติและลมอย่างเหมาะสม เพื่อลดการสะสมความร้อน และออกแบบพื้นที่ Floor to Ceiling ให้สูงกว่าบ้านทั่วไปในหลายโครงการ

โดยความโปร่งโล่งและอากาศที่บริสุทธิ์ภายในบ้านนี้ ยังถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี (Technology Function) ที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกวัน อาทิ Clean and Cool Air นวัตกรรมที่ช่วยรับมือปัญหาฝุ่น PM 2.5 สามารถควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติให้บ้านเย็นสบาย และการติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ERV (Energy Recovery Ventilation) ที่แลกเปลี่ยนความร้อนและความชื้นระหว่างอากาศภายในและภายนอก ซึ่งจะดึงอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนทำให้อากาศภายในบ้านสดชื่นอยู่เสมอ ไปจนถึงการติดตั้ง Solar Roof, EV Charger และฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย

ขณะเดียวกัน ความอุ่นใจของผู้อยู่อาศัยยังถูกดูแลอย่างพิถีพิถันผ่านฟังก์ชัน “ความปลอดภัย” (Security Function) ที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV และเทคโนโลยีภายในบ้าน รวมถึงแอปพลิเคชัน FTX ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและเชื่อมต่อการดูแลลูกบ้านได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความใส่ใจนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ภายในรั้วบ้านเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางและคลับเฮ้าส์ให้รองรับ “สภาพแวดล้อม” ที่ดี (Community Function) ที่จะมาเติมเต็มความสุขนอกรั้วบ้าน รองรับสมาชิกทุกช่วงวัย รวมถึง Pet Friendly เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่ใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกพรรณไม้ ที่มีคุณสมบัติช่วยดักจับฝุ่นละออง เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกวัน

ซึ่งความมุ่งมั่นทั้งหมดในการยกระดับคุณภาพชีวิตรอบด้านนี้ ได้ถูกหล่อหลอมไปอีกขั้นสู่มาตรฐานอาคารเขียว (Green Function) บ้านเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการรับรองด้วยมาตรฐาน LEED และ TREES จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการ ที่ครอบคลุมการประเมินอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การวางผังโครงการ การใช้วัสดุก่อสร้าง การประหยัดพลังงานไฟและน้ำ ไปจนถึงคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคารทั้งหมด จนปัจจุบันบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED v4.1 Residential Single Family Home ระดับ Gold จากสถาบัน The U.S. Green Building Council® (USGBC) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ โครงการ เดอะ แกรนด์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ราชพฤกษ์ – พระราม 5 ขณะเดียวกันผ่านการรับรองมาตรฐาน TREES – Home V.1.0 ระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ได้แก่ โครงการ แกรมเมอร์ สาทร, กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 และเดอะ แกรนด์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ราชพฤกษ์ – พระราม 5 โดยในอนาคต บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะนำมาตรฐาน TREES-Home มาปรับใช้กับบ้านทุกหลัง
ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ที่ไม่ได้มองเพียงการสร้างบ้านเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบทุกฟังก์ชัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของคนทุกเจเนอเรชัน พร้อมตอบรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต
ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมชมโครงการของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หรือดูข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://home.frasersproperty.co.th หรือ โทร.1520


