Netflix เผยตัวอย่างและโปสเตอร์อย่างเป็นทางการของซีรีส์ลึกลับ เรื่องล่าสุด ‘ภาพลวงตาย’ ที่สร้างความฮือฮาด้วยการหยิบเอาความซับซ้อนของโรคสมองเสื่อม (Dementia) มาเชื่อมโยงกับความเชื่อลี้ลับของภาคอีสานอย่าง ‘ผีโพง’ กับตัวอย่างแรกที่ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นโปรดักชันที่พิถีพิถันและบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยความน่าสงสัยของชุมชนชนบท นำเสนอพล็อตเรื่องสุดเข้มข้นน่าติดตาม ที่พร้อมท้าทายให้ผู้ชมร่วมค้นหาความจริงไปกับตัวละครในเรื่องพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 24 กันยายนนี้
ซีรีส์ ภาพลวงตาย จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวลึกลับระทึกขวัญในอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ที่หลังเกิดเหตุเด็กหายไปอย่างปริศนา ได้ปลุกความหวาดกลัวและเรื่องเล่าขานอย่างตำนาน “ผีโพง” ให้กลับมาแพร่สะพัดในชุมชนอีกครั้ง สายตาแห่งความหวาดระแวงของคนทั้งหมู่บ้านต่างจับจ้องไปที่ ‘ณรงค์’ (อาหนู-สุรศักดิ์ ชัยอรรถ) ชายชราผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย บีบบังคับให้ ‘วรรณ’ (แต้ว-ณฐพร พรประภา) ลูกสาวผู้เป็นครูสาวประจำจังหวัด ต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนในหมู่บ้านเพื่อสืบหาความจริง และยืนยันว่าพ่อของเธอเป็นเพียงผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่ต้องการการดูแลรักษา ไม่ใช่ผีโพงหรือคนที่อยู่เบื้องหลังคดีเด็กหายตามคำลือของชาวบ้าน แต่ยิ่งเธอพยายามค้นหาความจริงเท่าไรเธอก็ยิ่งพบว่าคนรอบตัว โดยเฉพาะคนในบ้านของตัวเอง เริ่มไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป
‘แต้ว-เจษ-ออกัส’ นำทีมประชันบทบาทสุดท้าทาย
นอกจากเรื่องราวที่น่าติดตามแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังโดดเด่นด้วยการรวมตัวของทีมนักแสดงมากฝีมือในการรับบทอันท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการแสดงของแต่ละคน นำโดย แต้ว-ณฐพร พรประภา ในบท ‘วรรณ’ ซึ่งได้เผยความรู้สึกว่าตัวละครนี้มีความเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเธอค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสภาวะของคนในวัยที่กำลังสร้างครอบครัว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแบกรับความกังวลเมื่อพ่อแม่เริ่มแก่ชราและสุขภาพถดถอย เธอจึงตั้งใจทุ่มเทเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวนี้ผ่านตัวละครวรรณออกมาให้ดีที่สุด พร้อมนิยามความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ว่า “แต้วว่ามันคือ ‘ความลวง’ ที่ทำให้คนดูต้องตั้งคำถามว่านี่คือซีรีส์แนวไหนกันแน่ จะเป็นเรื่องลึกลับ เรื่องสืบสวนสอบสวน หรือเรื่องความสัมพันธ์และดราม่าครอบครัว แต่มันมีบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น ที่ทำให้เราเข้าใจว่าสุดท้ายแล้วทำไมเรื่องราวถึงต้องเล่าออกมาในรูปแบบนี้”
ขณะที่ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ในบท ‘พีท’ ตำรวจสายสืบสวนที่โดนย้ายมาจากกรุงเทพฯ ได้เผยถึงความทุ่มเทในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ไว้ว่า “ผมต้องทำความเข้าใจตัวบทอย่างหนักเพราะเนื้อเรื่องซับซ้อนและรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ผมได้ไปเวิร์กชอปและรับฟังประสบการณ์จากเจ้าหน้าที่ตัวจริง ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตการแสดงที่ผมได้เข้าใจถึงความแตกต่างของหน้าที่ตำรวจสืบสวนและสอบสวนอย่างแท้จริง”
ด้าน ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ ในบท ‘วัฒน์’ ลูกชายคนเล็กสายซัปพอร์ตของครอบครัว ยอมรับว่ารู้สึกกดดันกับบทบาทนี้ไม่แพ้กัน โดยเผยว่า “ผมต้องมาร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมือหลายคนในเรื่องทำให้ต้องทำการบ้านหนักกว่าที่เคย เลยต้องพยายามขุดคุ้ยลงไปถึงแบ็กกราวนด์ของตัวละครวัฒน์ให้ลึกที่สุด เพื่อหาเหตุผลรองรับการแสดงในทุกๆ ฉาก ทั้งยังต้องผ่านการเวิร์กชอปทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มหลายครั้ง เพื่อให้เข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้งก่อนเข้าฉากจริงครับ”
นอกจากนี้ ยังเสริมทัพความเข้มข้นด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือที่มาร่วมประชันบทบาทกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น อาหนู-สุรศักดิ์ ชัยอรรถ, ต้อม-ศิราณี ญาณกิตติกานต์, ศตวรรษ เศรษฐกร, บุ๋มบิ๋ม สามโทน และนักแสดงเด็กดาวรุ่ง น้องธาม-นรภัทร นาคะดำรงชัย ที่มาร่วมเติมเต็มให้ปริศนาครั้งนี้สมบูรณ์แบบและน่าติดตามยิ่งขึ้น

มากกว่าความลึกลับ แต่ท้าทายผู้ชมด้วยเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อและความจริง
จุดเด่นที่ทำให้ ภาพลวงตาย ฉีกกรอบซีรีส์ลึกลับทั่วไป คือศิลปะในการเล่นกับความคลุมเครือที่ชวนให้ผู้ชมติดอยู่กึ่งกลางระหว่างทุกความเป็นไปได้ จนไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าแท้จริงแล้วต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดมาจากความเชื่อท้องถิ่นอย่างผีโพง อาการป่วยทางสมองที่ทำให้เกิดภาพหลอนและจำอะไรไม่ได้ หรือเป็นเพียงความลับดำมืดที่คนในครอบครัวจงใจซ่อนไว้กันแน่ ซึ่ง อู๋-ชยันต์ เล้ายอดตระกูล ผู้กำกับและผู้ร่วมเขียนบทได้เผยถึงการผสมผสานรสชาติความลึกลับนี้ว่า “แกนหลักของเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของครอบครัว ผสมผสานกับทั้งความลึกลับ การสืบสวน และดราม่า ซึ่งช่วยขยายมวลอารมณ์ของเรื่องไปได้ไกลมาก ผมเชื่อว่าเมื่อดูจบ ผู้ชมจะเข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะชวนให้ทุกคนกลับมาสำรวจความรู้สึกของตัวเอง โดยมีคำถามที่เป็นหัวใจหลักของเรื่องคือ ‘เมื่อคนที่คุณรักกลายเป็นคนอื่น คุณจะทำอย่างไร?’”
เตรียมพบกับ ภาพลวงตาย ซีรีส์แนวลึกลับ ระทึกขวัญ ที่จะทำให้คุณไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเองอีกต่อไป ร่วมหาคำตอบพร้อมกันทั่วโลก 24 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น. ที่ Netflix เท่านั้น

