คัดจมูกไม่หาย ได้กลิ่นน้อยลง อาจไม่ใช่แค่ภูมิแพ้! แพทย์ รพ.วิมุตพหลโยธิน เตือนเสี่ยง “ริดสีดวงจมูก” แนะมีอาการต่อเนื่องเกิน4สัปดาห์รีบตรวจคัดกรองก่อนอาการรุนแรง

0
10


ฝนตกแทบทุกวันแบบนี้ทำให้หลายคนคิดว่าอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือได้กลิ่นไม่ชัด อาจเป็นแค่หวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไป ยิ่งอาการเป็น ๆ หาย ๆ ก็ยิ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ในบางคนอาจเป็นต่อเนื่องจนหายใจไม่สะดวก นอนหลับไม่สนิท หรือกินอาหารแล้วไม่ได้กลิ่นเหมือนเดิม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ “ริดสีดวงจมูก” ภาวะอักเสบในจมูกที่หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกระทบสุขภาพมากขึ้น วันนี้ ผศ.พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์ แพทย์เฉพาะทางสาขา นาสิกวิทยาและภูมิแพ้ ศูนย์หู คอ จมูก รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาเล่าถึงอันตรายของริดสีดวงจมูก อาการแบบไหนไม่ควรรอให้หายเอง พร้อมวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม 

“ริดสีดวงจมูก” การอักเสบที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ริดสีดวงจมูกเกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกและไซนัสอักเสบจนบวมเป็นก้อน มักเป็นทั้งสองข้างมากกว่าข้างเดียว และจัดเป็นไซนัสอักเสบชนิดหนึ่งคือ “ไซนัสอักเสบเรื้อรังชนิดมีริดสีดวงจมูก” โดยก้อนที่ว่านี้ไม่ใช่เนื้องอกและโดยธรรมชาติไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่เกิดจากภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นจนเกิดการอักเสบ ก้อนจึงอาจบวมขึ้นหรือยุบลงเป็นช่วง ๆ และโดยทั่วไปไม่หายไปเอง แม้บางวันจะหายใจโล่งขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าการอักเสบหายแล้ว

ไม่เป็นภูมิแพ้ ก็เป็น “ริดสีดวงจมูก” ได้

ผศ.พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์ อธิบายว่า “หลายคนอาจเข้าใจว่าริดสีดวงจมูกเกิดจากภูมิแพ้เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วมีผู้ป่วยเพียงราวร้อยละ 40 เท่านั้นที่ตรวจพบว่าเป็นภูมิแพ้ คนที่ไม่เคยเป็นภูมิแพ้จึงเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โดยปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การทำงานของภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุล เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราที่สะสมอยู่เป็น biofilms ในจมูกและไซนัสจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (superantigen) จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง หลายคนเป็นโรคหอบหืดร่วมด้วย ซึ่งมักเกิดควบคู่กับการอักเสบในจมูกและไซนัส ส่วนมลภาวะทางอากาศอาจกระตุ้นให้เยื่อบุอักเสบมากขึ้นทำให้อาการกำเริบบ่อยและรักษาได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่แพ้ยาแก้ปวดกลุ่มNSAIDs เช่น แอสไพริน และไอบูโปรเฟน ก็เป็นอีกกลุ่มที่ต้องระวัง เพราะมักมีโรคหอบหืดและริดสีดวงจมูกร่วมด้วย ริดสีดวงจมูกมักคุมอาการได้ยาก อาการรุนแรงและกลับเป็นซ้ำบ่อย เรียกว่าโรค AERDs หรือ NERDs ควรรักษากับแพทย์เฉพาะทางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้วางแผนรักษาได้เหมาะสม”

เปิดลิสต์อาการ “ริดสีดวงจมูก” ปล่อยไว้กระทบชีวิตกว่าที่คิด

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล น้ำมูกลงคอ ปวดศีรษะหรือใบหน้า และรับกลิ่นลดลงหรือผิดเพี้ยน ซึ่งพบว่าการรับกลิ่นมักลดลงได้มากกว่าไซนัสอักเสบทั่วไปทั้งยังพบว่าราวร้อยละ 40–65 มีโรคหอบหืดร่วมด้วย โดยหากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจทำให้โรคหอบหืดกำเริบบ่อย ควบคุมยาก และเสี่ยงปอดติดเชื้อ ส่วนการคัดจมูกเรื้อรังก็จะทำให้เหนื่อยง่าย นอนหลับไม่สนิท ในบางรายมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคเมตาบอลิก โรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดสมองตีบ ในระยะยาวผศ.พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์ อธิบายเสริมว่า “หนึ่งในผลกระทบสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือการสูญเสียการรับกลิ่น ซึ่งในบางรายแม้ริดสีดวงยุบแล้ว การรับกลิ่นก็อาจกลับมาไม่เต็มร้อย ทำให้กินอาหารได้ไม่มีความสุขเท่าเดิม กลิ่นที่เคยชอบก็จางลง จนอาจกระทบสภาพจิตใจได้ ที่สำคัญยังส่งผลต่อความปลอดภัย เช่น ไม่ได้กลิ่นแก๊สรั่ว ควันไฟ หรืออาหารบูด ซึ่งอาจทำให้หนีไม่ทัน จนเป็นอันตรายได้ ดังนั้น หากคัดจมูก หายใจไม่สะดวก หรือรับกลิ่นผิดปกติต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์ ควรรีบมาตรวจก่อนอาการรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน”

ตรวจให้ชัด รักษาที่ต้นเหตุ “ริดสีดวงจมูก” ควบคุมได้

อาการคัดจมูกและก้อนที่พบในจมูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจหู คอ จมูกให้ชัดเจน ร่วมกับการส่องกล้องโพรงจมูกหรือทำ CT scan หากพบก้อนอื่น ๆ ที่น่าสงสัยว่าไม่ใช่ริดสีดวง ควรเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจเพื่อให้วินิจฉัยได้แน่ชัดและหากสงสัยว่ามีภูมิแพ้ร่วมด้วย ก็ควรตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุด้วย เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน โดยปัจจุบันใช้ทั้งยาและการผ่าตัดร่วมกันตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อลดการอักเสบบรรเทาอาการ และลดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ การใช้ยาพ่นสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบและขนาดของริดสีดวง รวมถึงดูแลโรคที่เป็นร่วมด้วยส่วนการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (FESS) จะช่วยนำริดสีดวงออก เปิดทางระบายของไซนัส รวมถึงเปิดโพรงไซนัสหลายส่วนให้เชื่อมถึงกัน หรือ Full House FESS เพื่อให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือและยาได้ถึงเยื่อบุที่อักเสบข้างใน ทำให้การควบคุมโรคทำได้ดีขึ้น ที่สำคัญ หลังผ่าตัดยังคงต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ติดตามการรักษากับแพทย์เฉพาะทางอย่างสม่ำเสมอ สำหรับรายที่ผ่าตัดและใช้ยาอย่างเหมาะสมแล้วยังควบคุมโรคได้ไม่ดี แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่ม biologics เพิ่มเติม ทั้งนี้แม้ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาใดที่ทำให้โรคหายขาด แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้อาการดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และลดภาวะแทรกซ้อนได้

“ใครที่คัดจมูก นอนหลับไม่สนิท หรือรับกลิ่นได้น้อยลงต่อเนื่อง ไม่อยากให้ทนจนชินหรือรอจนเกิดภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้มาตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ หากพบว่าเป็นริดสีดวงจมูกจะได้ดูแลได้ทันท่วงที สิ่งสำคัญคือการควบคุมการอักเสบ เพราะแม้จะผ่าตัดเอาก้อนออกไปแล้ว โรคก็ยังกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งและมาติดตามอาการตามนัด แม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และมลภาวะ โดยเมื่อรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้อาการดีขึ้น หายใจได้สะดวก พักผ่อนได้เต็มที่ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น”ผศ.พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เปิดให้บริการทุกวัน โทรศัพท์ 02-079-0050

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่