สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD จัดงาน “Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond” กิจกรรมเวทีแสดงความสามารถของผู้ที่มีศักยภาพด้านดนตรี (Talent Showcase) ระดับประเทศ ภายใต้โครงการ Talent Everywhere ระยะที่ 2 ณ ศูนย์การค้า 1981 Soul & Sold กรุงเทพมหานคร เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนดนตรีจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพบนเวทีจริง พร้อมเชื่อมต่อกับศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรี เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดสู่เส้นทางศิลปินอาชีพ

งาน Talent Fest ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของโครงการ Talent Everywhere หลัง OKMD เปิดพื้นที่บ่มเพาะเยาวชนคนดนตรีรุ่นใหม่กว่า 500 คน รวมกว่า 100 วงจากทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรม Music Boost Camp ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การค้นหาตัวตนทางดนตรี การสร้างผลงาน ไปจนถึงการเรียนรู้กระบวนการทำงานและเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรี ก่อนคัดเลือกเยาวชนที่มีศักยภาพจำนวน 11 วง เข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างเข้มข้นและขึ้นแสดงบนเวที Talent Fest
11 วงที่ได้ขึ้นเวที Pre-Debut Showcase ประกอบด้วย Backyard, Do Zero, Follow Me, Magazine No.19, Red Ribbon, Sleeplezzz, Soulgoof, The Blue Pillow, The Make Shape, Zinith และ Zizters โดยแต่ละวงได้นำผลงานเพลงต้นฉบับ หรือ Original Song ที่พัฒนาขึ้นระหว่างโครงการมาแสดงสด ถ่ายทอดตัวตนและแนวทางดนตรีของตัวเองต่อหน้าผู้ชม แฟนเพลง และบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรี
ตลอดกระบวนการ Talent Everywhere เยาวชนไม่ได้เรียนรู้เพียงทักษะการแสดง แต่ยังได้ลงมือพัฒนาผลงานตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การค้นหาอัตลักษณ์ของวง การแต่งเนื้อร้องและทำนอง การบันทึกเสียง ไปจนถึงการพัฒนาผลงานสู่ Pre-Master Song ภายใต้คำแนะนำจากศิลปิน โปรดิวเซอร์ และผู้เชี่ยวชาญในวงการ เพื่อให้ผลงานที่เกิดขึ้นสามารถนำไปต่อยอดหลังจบโครงการได้จริง

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD กล่าวว่า
“OKMD ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Camp-Based Learning ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อน และได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากบุคลากรในอุตสาหกรรมโดยตรง เราเชื่อว่าการลงทุนกับเยาวชนคือการลงทุนที่มีคุณค่า เพราะพวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยในอนาคต สิ่งที่โครงการ Talent Everywhere สร้างขึ้นจึงไม่ได้มีเพียงความรู้และทักษะทางดนตรีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครือข่าย คอมมิวนิตี้ และพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาตัวเอง แสดงศักยภาพ และเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแรง”
นิค – วิเชียร ฤกษ์ไพศาล CAMP DIRECTOR & INDUSTRY EXPERT กล่าวว่า
“หัวใจสำคัญของการเป็นศิลปินคือการค้นหาและสร้างตัวตนของตัวเองให้ชัดเจน เด็ก ๆ ไม่เพียงต้องมีทักษะทางดนตรี แต่ยังต้องเรียนรู้การสร้างสรรค์ผลงาน การสื่อสารตัวตน การใช้โซเชียลมีเดีย การผลักดันผลงาน และการวาง Roadmap บนเส้นทางอาชีพของตัวเอง เพราะโลกและอุตสาหกรรมเพลงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เราอยากมอบให้พวกเขาจึงไม่ใช่การสอนให้เชื่อหรือทำตามเรา แต่คือการสอนให้รู้จักคิด เรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องพร้อมสร้างพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถและก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างมืออาชีพ”
อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงานคือ Talent Ecosystem Official Announcement การประกาศขับเคลื่อน Talent Ecosystem หรือระบบนิเวศการพัฒนาคนรุ่นใหม่ ที่เชื่อมโยงเยาวชน สถาบันการศึกษา ศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างผลงาน การสร้างอาชีพ ตลอดจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
“ผมมีโอกาสเห็นน้อง ๆ มาตั้งแต่วันแรกของการออดิชัน และได้อยู่กับพวกเขาในทุกแคมป์ จึงเห็นพัฒนาการอย่างชัดเจน ทั้งด้านทักษะทางดนตรี วิธีคิด ความเป็นตัวเอง และเสน่ห์บนเวที สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือความตั้งใจและความขยันของน้อง ๆ ทุกคน เมื่อได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ แล้ว เขาไม่เพียงแค่รับฟัง แต่ยังนำกลับไปฝึกฝนและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง บางคนกลับไปแต่งเพลงใหม่ บางคนเริ่มเรียนรู้การทำโซเชียลมีเดีย ทุกคนพยายามนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าเยาวชนเหล่านี้คือกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนและสร้างอนาคตให้กับอุตสาหกรรมเพลงไทยต่อไป” — เอ๊ะ ละอองฟอง

ต่อเนื่องด้วยช่วง Talent Empowerment พิธีมอบทุนสนับสนุนให้กับว่าที่ศิลปินรุ่นใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้นำผลงานและศักยภาพที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการไปต่อยอดสู่ก้าวต่อไปบนเส้นทางดนตรี โดยเยาวชนทั้ง 11 วงได้รับทุนสนับสนุนในระดับต่าง ๆ ตามศักยภาพและความโดดเด่นที่แสดงให้เห็นตลอดโครงการ
รางวัล Orbit Outstanding Artist (ศิลปินโดดเด่นหลุดวงโคจร) พร้อมทุนสนับสนุนมูลค่า 100,000 บาท ได้แก่ Zinith
รางวัล Kinetic Gravity Presence (แรงดึงดูดสะกดจักรวาล) พร้อมทุนสนับสนุนมูลค่า 80,000 บาท ได้แก่ The Blue Pillow
รางวัล Masterpiece Nebula (ผลงานชิ้นเอกระดับเนบิวลา) พร้อมทุนสนับสนุนมูลค่า 50,000 บาท ได้แก่ Follow Me
และรางวัล Majestic Stella Nova (ดาวดวงใหม่ที่พร้อมออกเดินทาง) ทุนสนับสนุน ทุนละ 20,000 บาท จำนวน 8 ทุน ได้แก่ The Make Shape, Magazine No.19, Do Zero, Backyard, Red Ribbon, Soulgoof, Sleeplezzz และ Zizters และ รางวัล Dynamic Galaxy Fan 10,000 ของ Zizters

นอกจากนี้ เยาวชนทั้ง 11 วง ยังได้รับเกียรติบัตรและ Talent Fest CD Player ที่รวบรวมผลงานเพลงของทั้ง 11 วง เพื่อเป็นอีกหนึ่งผลงานและความทรงจำจากเส้นทางการพัฒนาตลอดโครงการ
การมอบทุนสนับสนุนครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของ Talent Everywhere ที่ทำให้การพัฒนาเยาวชนไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับการฝึกอบรมหรือการขึ้นเวที แต่เป็นการเปิดทางให้คนดนตรีรุ่นใหม่สามารถนำผลงานไปพัฒนาต่อ ทั้งในด้านการผลิตเพลง การพัฒนาศิลปิน การสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีในอนาคต
เบื้องหลังการพัฒนาเยาวชนในโครงการ ยังได้รับความร่วมมือจากศิลปิน โปรดิวเซอร์ และผู้เชี่ยวชาญในวงการดนตรีที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด นำโดย นิค–วิเชียร ฤกษ์ไพศาล, โอ๋–เจษฎา สุขทรามร, เอ๊ะ–พงศ์จักร พิษฐานพร, ฟลุ๊ค–พลกฤต ศรีสมุทร และภูมิ-ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์ จาก Music Sandbox พร้อมด้วยกลุ่มเมนเทอร์จากวงการดนตรี ได้แก่
- เชาว์ – COCKTAIL
- เป้ – MVL
- โอ – แว่นใหญ่
- ติ๊ก – Playground
- ก้อ – ณฐพล ศรีจอมขวัญ
- แมน – ละอองฟอง
- พล – CLASH
- ก๊อป – Postcard
- ต้น – ASIA7
- ณัฐ – KLEAR
- แจ๊ป – The Richman Toy
นอกจาก 11 วงบนเวทีหลักแล้ว Talent Fest ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากโครงการอีก 30 วง ได้แสดงศักยภาพบน 67 UFO Stage และ Satellite Stage สร้างประสบการณ์การแสดงบนเวทีจริงให้กับคนดนตรีรุ่นใหม่ในหลากหลายแนวเพลง พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงกับผู้คนในอุตสาหกรรมดนตรี
บรรยากาศภายในงานถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Into the Music Universe and Beyond” เปรียบ Talent Fest เป็น “ฐานปล่อยยาน” ที่ส่งคนดนตรีรุ่นใหม่ออกเดินทางเข้าสู่จักรวาลดนตรี ผ่านเวทีและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกันเป็น Music Universe ตั้งแต่ Rocket Stage, 67 UFO Stage และ Satellite Stage ไปจนถึง Talent Comet Market Zone, OKMD Zone หรือ Space Station และ Mercury Mingle Zone ซึ่งเปิดพื้นที่ทั้งด้านการเรียนรู้ การนำเสนอผลงาน การพบปะเจรจาธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายกับบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดนตรี


ปิดท้ายค่ำคืนด้วย SUPERNOVA HEADLINER จากสองศิลปินระดับประเทศ PARADOX และ TILLY BIRDS ที่มาร่วมแสดงสดและส่งต่อแรงบันดาลใจจากศิลปินรุ่นพี่สู่ศิลปินรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้กับค่ำคืน พร้อมเชื่อมโยงคนดนตรีหลากหลายเจเนอเรชันไว้บนพื้นที่เดียวกัน
การจัด Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond จึงไม่ใช่เพียงปลายทางของการบ่มเพาะเยาวชนใน Talent Everywhere ระยะที่ 2 แต่เป็น “จุดปล่อยยาน” ที่เปิดทางให้คนดนตรีรุ่นใหม่ได้นำตัวตน ผลงาน และประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดโครงการ ออกเดินทางสู่โอกาสใหม่ในโลกดนตรี พร้อมสะท้อนเป้าหมายของ OKMD ในการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ “Talent” สามารถเติบโตเป็น “อาชีพ” และสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยได้อย่างยั่งยืน
ติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่Facebook Page: OKMD


