เบอร์สันเข้าซื้อกิจการลิมบิค บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Cognitive AI

0
38

เบอร์สัน เอเจนซี่ระดับโลกด้านการสื่อสารที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าผ่านการเสริมภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กร ประกาศเข้าซื้อกิจการ ลิมบิค (Limbik Inc.) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Cognitive AI ผู้พัฒนา Decipher แพลตฟอร์มของเบอร์สันที่สามารถคาดการณ์เสียงตอบรับของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อการสื่อสารด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สะท้อนถึงการเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องของเบอร์สันในขีดความสามารถด้าน AI เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับความท้าทายด้านภาพลักษณ์ขององค์กร การสื่อสาร และการเสริมสร้างความไว้วางใจในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสารที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ลิมบิคและเบอร์สันได้ร่วมกันพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่เบื้องหลัง Decipher มาโดยตลอด ซึ่งส่งผลให้เบอร์สันเป็นผู้บุกเบิกด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายด้วยศักยภาพจาก AI ทั้งนี้ Decipher เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีของเบอร์สัน ซึ่งยังรวมถึง Sonar, Reputation Capital และ The Fount อีกด้วย การควบรวมกิจการในโอกาสนี้จะทำให้เทคโนโลยี Cognitive AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลิมบิค พร้อมด้วยทีมวิศวกรและนักวิจัย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเบอร์สันอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาและผสานรวมผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริการด้านนวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้เบอร์สันสามารถสร้างคุณค่าจากแพลตฟอร์ม Decipher ได้อย่างเต็มศักยภาพทั่วทั้งเครือข่าย WPP ผ่าน WPP Open

“Decipher ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานที่ช่วยให้ลูกค้าของเราสร้าง ปกป้อง และพิสูจน์คุณค่าของภาพลักษณ์องค์กร โดยเห็นผลลัพธ์ได้แบบเรียลไทม์” คอรี ดูโบรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบอร์สัน กล่าว “การนำทีมงานและเทคโนโลยีของลิมบิคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเบอร์สัน ช่วยให้เราสามารถพัฒนาโซลูชันสำหรับลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และกำหนดทิศทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ด้วยตัวเอง การใช้งาน Decipher ไม่ได้เป็นบริการที่แยกต่างหากออกมาในการทำงานของเรา แต่ได้กลายเป็นรากฐานของงานทุกชิ้นที่เราทำให้กับลูกค้า และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ลูกค้าของเราสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้ โดยไม่รอปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกภายนอก การซื้อกิจการของลิมบิคจะช่วยให้เราให้คำตอบกับคำถามต่างๆ ของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตัดสินใจได้เฉียบคมยิ่งขึ้น และสามารถคาดการณ์สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที เราสามารถมอบศักยภาพเหล่านี้ให้กับลูกค้าได้โดยตรงจากทุกที่ทั่วโลก ไม่ว่าลูกค้าจะต้องจัดการกับโจทย์ในรูปแบบใดก็ตาม”

Decipher สามารถคาดการณ์ได้ว่าการสื่อสารจะสร้างกระแสตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างไร โดยประเมินทั้งโอกาสที่เนื้อความของการสื่อสารนั้นๆ จะได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากกลุ่มเป้าหมาย และโอกาสที่จะถูกนำไปเผยแพร่หรือแชร์ต่อไปอีกด้วย โดยการประเมินทั้งสองด้านจะผสานกันเป็นการคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในภาพรวม ก่อนที่จะทำการสื่อสารจริงออกสู่ตลาด เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลไกที่อยู่เบื้องหลังอีโคซิสเต็มด้านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของเบอร์สัน และสนับสนุนการทำงานของบริษัทในบริการด้านต่างๆ มากมาย ทั้ง Generative Engine Optimization (GEO), Reputation Capital, Culture Up และกลยุทธ์การร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์

แซค ชวิตซ์กี และจอช เลวิน ผู้ร่วมก่อตั้งลิมบิค จะเข้าร่วมงานกับเบอร์สัน โดยชวิตซ์กีจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรม แพลตฟอร์ม และผลิตภัณฑ์ด้าน AI ขณะที่เลวินจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรม บริการลูกค้า และการพัฒนาธุรกิจ โดยทั้งสองท่านจะรายงานตรงต่อ แชด แลตซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมระดับโลก ขณะที่ทีมงานทั้งหมดของลิมบิคจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนานวัตกรรมของเบอร์สัน เพื่อร่วมสร้างและขยายขีดความสามารถด้านการให้คำปรึกษากับลูกค้าและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ AI ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร

“ทุกบริษัทในอุตสาหกรรมต่างกำลังคาดเดาว่ากลุ่มเป้าหมายจะตอบสนองอย่างไรต่อการสื่อสารในแต่ละครั้ง แต่เราเลือกที่จะสร้างเทคโนโลยี Cognitive AI ที่สามารถให้คำตอบในจุดนี้ได้” แซค ชวิตซ์กี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ลิมบิค กล่าว “Decipher ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ที่เบอร์สันนำมาใช้เท่านั้น แต่นับเป็นโมเดลและแนวทางใหม่ในการทำความเข้าใจกับกระแสตอบรับของกลุ่มเป้าหมายจริงทั่วโลกที่มีต่อข้อมูลต่างๆ สำหรับลิมบิคเอง เรามุ่งมั่นที่จะสร้างนวัตกรรม AI ที่เป็นรากฐานสำคัญของเอเจนซี่การสื่อสารระดับโลกในการเสริมสร้างและปกป้องภาพลักษณ์องค์กรของลูกค้าในวงกว้าง เบอร์สันเล็งเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ก่อนใคร จึงสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกการสื่อสารได้ในที่สุด” “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของเบอร์สันในการสร้างหน่วยงานด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่งขึ้นในองค์กร โดยหน่วยงานนี้จะต้องสามารถคิดค้น ทดสอบและนำผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานได้อย่างลงตัวในทุกสายงาน ทุกตลาด และในทุกกระบวนการของการสื่อสารและสร้างสรรค์ผลงาน” นายดูโบรวากล่าวเสริม “นี่คือแนวทางที่เราใช้กำหนดทิศทางให้กับโลกของการสื่อสาร โดยเราจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่การปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI เท่านั้น แต่จะเดินหน้าบุกเบิกและสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยมือของเราเอง”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่